ยา PrEP คือยาป้องกัน HIV ก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่มี HIV และต้องการเพิ่มทางเลือกในการดูแลตัวเอง PrEP ไม่ใช่วัคซีน ไม่ใช่ยาคุมกำเนิด และไม่ใช่ยารักษา HIV
ก่อนเริ่ม: ควรตรวจ HIV และให้หน่วยบริการช่วยเลือกชนิดกับวิธีใช้ อย่าซื้อยา เริ่มยา หรือทำตามสูตรตัวเลขจากอินเทอร์เน็ต เพราะ PrEP แต่ละชนิดมีวิธีใช้และข้อควรระวังต่างกัน
ยา PrEP ช่วยป้องกันอะไร
เมื่อใช้ถูกวิธี PrEP ช่วยลดโอกาสรับ HIV ได้มาก แต่ไม่มีวิธีใดควรรับรองผลเฉพาะบุคคลว่าเกือบหรือเต็ม 100% ประสิทธิผลขึ้นอยู่กับการใช้ถูกชนิด ถูกแผน และความต่อเนื่องตามสถานการณ์
PrEP ไม่ป้องกันซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม เริม HPV หรือการตั้งครรภ์ คุณอาจเลือกใช้ถุงยาง สารหล่อลื่น การตรวจสุขภาพทางเพศ หรือวิธีคุมกำเนิดร่วมตามความต้องการ ไม่ควรใช้ข้อมูลนี้ตัดสินหรือกดดันการตัดสินใจของใคร
ใครอาจพิจารณาใช้ PrEP
ขอคำปรึกษาได้หากใช้ถุงยางไม่สม่ำเสมอ มีคู่ที่สถานะ HIV ยังไม่แน่ชัด มีคู่นอนหลายคน ใช้อุปกรณ์ฉีดร่วมกัน เคยใช้ PEP หรือเพียงต้องการวิธีป้องกันที่ควบคุมได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องรอให้คิดว่าตัวเองอยู่ใน “กลุ่มเสี่ยงสูง”
PrEP มีแบบไหนบ้าง
PrEP อาจมีแบบรับประทานทุกวัน แบบรับประทานตามเหตุการณ์ และแบบฉีดออกฤทธิ์ยาว ไม่ใช่ทุกแบบเหมาะกับทุกคนหรือมีให้บริการทุกแห่ง การเลือกขึ้นอยู่กับชนิดยา ช่องทางสัมผัส สุขภาพ ยาอื่น ความสามารถในการวางแผน และความสะดวกในการมาตามนัด
แนวทางประเทศไทยปี 2568 มีรายละเอียดมากกว่าสูตรสั้น ๆ ในบทความรุ่นก่อน จึงไม่ควรจำจำนวนเม็ดและชั่วโมงมาเริ่มเอง หรือสรุปว่า On-Demand เหมาะกับทุกคนเหมือนกัน
ก่อนเริ่มต้องตรวจอะไร
การตรวจ HIV เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะหากมี HIV อยู่แล้ว ต้องใช้แผนรักษาที่ครบถ้วนกว่า PrEP หน่วยบริการอาจพิจารณาสุขภาพไต ไวรัสตับอักเสบบี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ ยาประจำ ฮอร์โมน สมุนไพร และอาหารเสริมตามชนิด PrEP กับข้อมูลของคุณ
ไม่ใช่ทุกคนต้องตรวจรายการเดียวกันหรือกลับทุก 3 เดือนเสมอ ตารางติดตามอาจต่างกันตามชนิด PrEP อายุ สุขภาพ และแนวทางของหน่วยบริการ
ถ้าเหตุเพิ่งเกิดควรทำอย่างไร
หากเหตุสัมผัสเกิดภายใน 72 ชั่วโมง ให้ติดต่อหน่วยบริการทันทีเพื่อประเมิน PEP ซึ่งควรเริ่มเร็วที่สุด PrEP ไม่ได้ใช้แทน PEP เพื่อย้อนกลับไปป้องกันเหตุที่เกิดแล้ว หากเกิน 72 ชั่วโมงก็ยังควรไปปรึกษาเพื่อวางแผนตรวจและการป้องกันครั้งต่อไป
ถ้าลืมหรือขาดยาควรทำอย่างไร
อย่าใช้กฎเดียวว่าให้นึกได้แล้วกินทันทีหรือข้ามเสมอ เพราะคำแนะนำขึ้นอยู่กับชนิด PrEP วิธีใช้ จำนวนมื้อที่พลาด และเวลาเกิดเหตุ อย่าเพิ่มยาเป็นสองเท่าหรือสลับแผนเอง ให้จดเวลาแล้วติดต่อคลินิกหรือเภสัชกร
ผลข้างเคียงที่ควรรู้
คนจำนวนมากใช้ PrEP ได้โดยไม่มีปัญหารุนแรง บางคนอาจคลื่นไส้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือมีอาการบริเวณฉีด อาการใหม่ไม่ได้เกิดจากยาเสมอไปและไม่ควรรับรองว่าจะหายเองทุกกรณี
หากอาการรบกวนชีวิต ไม่ดีขึ้น อาเจียนจนกินยาไม่ได้ หรือมีเรื่องที่กังวล ให้ติดต่อหน่วยบริการก่อนหยุดยา ถ้ามีหายใจลำบาก หน้าหรือคอบวม เป็นลม สับสน หรืออาการทรุดเร็ว ให้ไปฉุกเฉินทันที
ไต กระดูก และไวรัสตับอักเสบบี
PrEP แบบรับประทานบางชนิดต้องคำนึงถึงไตและกระดูก แต่ความเสี่ยงไม่เหมือนกันทุกสูตร หากมีไวรัสตับอักเสบบี ยาบางชนิดอาจออกฤทธิ์ต่อไวรัสนี้ด้วย การหยุดโดยไม่มีแผนอาจทำให้ตับอักเสบกำเริบ จึงควรแจ้งประวัติและปรึกษาก่อนหยุดหรือเปลี่ยนยา
ขอรับ PrEP ได้ที่ไหน
รายชื่อหน่วยบริการ เวลาเปิด สิทธิ และค่าใช้จ่ายเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับโรงพยาบาล คลินิกสุขภาพทางเพศ หรือระบบนัดหมายที่เชื่อถือได้ก่อนเดินทาง ถามให้ครบว่ามีค่ายา ค่าตรวจ ค่าพบผู้ให้บริการ และค่านัดติดตามเท่าไร รวมทั้งรับสิทธิใดได้บ้างในวันที่ติดต่อ
ไม่ควรยึดราคาต่อเดือนหรือรายชื่อคลินิกจากบทความเก่า หากซื้อยาออนไลน์หรือได้รับจากคนอื่น ให้นำรูปฉลากไปให้เภสัชกรหรือหน่วยบริการตรวจ และอย่าเริ่มเองก่อนตรวจ HIV
คำถามที่พบบ่อย
ใช้ฮอร์โมนอยู่ ใช้ PrEP ได้ไหม
หลายคนใช้ร่วมกันได้ ควรแจ้งชื่อและวิธีใช้ฮอร์โมนทั้งหมดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจความเหมาะสม
ต้องใช้ถุงยางทุกครั้งไหม
PrEP ช่วยป้องกัน HIV ส่วนถุงยางช่วยลดโอกาสโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นและการตั้งครรภ์ได้ การเลือกใช้เป็นการตัดสินใจตามความต้องการและสถานการณ์ ไม่ควรใช้เพื่อกล่าวโทษหรือตัดสินกัน
PrEP ต้องใช้ตลอดชีวิตไหม
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แต่ควรวางแผนหยุดให้ครอบคลุมเหตุล่าสุดและดูแลเรื่องไวรัสตับอักเสบบีเมื่อเกี่ยวข้อง
ขอคำปรึกษาก่อนได้ไหม
ได้ การถามข้อมูลไม่ได้ผูกมัดว่าต้องเริ่มยา คุณสามารถคุยเรื่องประโยชน์ ข้อจำกัด ค่าใช้จ่าย และความเป็นส่วนตัวก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อ
อ่านต่อได้ที่ PrEP Bangkok และการเข้าถึงบริการ และ PEP สำหรับเหตุฉุกเฉินหลังสัมผัส
สรุป
PrEP เป็นทางเลือกป้องกัน HIV สำหรับผู้ที่ยังไม่มี HIV ขั้นแรกคือการตรวจและคุยกับหน่วยบริการ จากนั้นใช้ตามแผนและติดตามตามนัด หากลืมยา มีผลข้างเคียง หรืออยากหยุด ให้ขอคำแนะนำก่อนปรับเอง
หมายเหตุ บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล การเลือก เริ่ม หยุด หรือเปลี่ยน PrEP ควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์ เภสัชกร หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ดูแลคุณ
