ได้ในหลายกรณี แนวทางเพร็พของไทยฉบับปี 2568 เขียนไว้ว่า ถ้าผลตรวจเอชไอวีตอนมาขอเพร็พเป็นบวก ให้ตรวจยืนยันก่อน แล้วเริ่มยาต้านวันเดียวกันกับที่ทราบผลยืนยัน และงานวิจัยที่คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย ในกรุงเทพฯ ช่วงปี 2560–2561 พบว่าร้อยละ 72.7 ของคนที่ได้เริ่มยาที่นี่ เริ่มได้ในวันเดียวกับที่เข้ารับบริการ

ข้อมูลในบทความนี้ทบทวนเมื่อ 6 ตุลาคม 2569

ผลตรวจก่อนรับเพร็พเป็นบวก เริ่มยาต้านวันเดียวกันได้จริงไหม

เพร็พเป็นยาสำหรับคนที่ยังไม่มีเชื้อ จึงเริ่มจากการตรวจเอชไอวีก่อน แผนภาพตัวอย่างรูปแบบบริการในแนวทางการจัดบริการเพร็พของไทย ปี 2568 แสดงทางเดินของคนที่รอฟังผลในวันนั้นไว้สามทาง ผลเป็นลบได้รับเพร็พ ผลสรุปไม่ได้ให้ตรวจเพิ่ม และผลเป็นบวกให้ส่งต่อเพื่อเริ่มยาต้านเอชไอวีในวันเดียวกัน

แนวทางฉบับเดียวกันเขียนว่า เมื่อผลคัดกรองเป็นบวก ให้ตรวจยืนยันตามขั้นตอนการวินิจฉัยก่อน แล้วเริ่มยาต้านโดยเร็วภายในวันเดียวกับที่ทราบผลยืนยัน ส่วนแนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 วางหลักไว้ว่าควรเริ่มยาภายในวันเดียวกับการวินิจฉัย ถ้าทำในวันเดียวไม่ได้ ควรเริ่มภายใน 7 วัน หรือเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

แนวทางการรักษาเขียนเรื่องนี้ไว้สำหรับผู้ที่พร้อมเริ่มยา และไม่มีโรคติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น วัณโรค ที่เป็นข้อห้ามในการเริ่มยา รายการตรวจก่อนรับเพร็พมีอะไรบ้าง เราเขียนไว้ใน ขอรับยา PrEP ต้องตรวจอะไรก่อนเริ่ม ? ระหว่างใช้ต้องตรวจอีกไหม ? ทำไมข้ามไม่ได้ ?

ตัวเลขจริงในกรุงเทพฯ มีกี่คนได้เริ่มยาในวันนั้น

ทีมวิจัยติดตามผู้มารับบริการที่คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย ซึ่งผลตรวจคัดกรองเป็นบวกระหว่างกรกฎาคม 2560 ถึงกรกฎาคม 2561 และตามดูต่อถึงกรกฎาคม 2562 ร้อยละ 58.4 ของผู้ที่ตกลงรับบริการเพิ่งตรวจพบครั้งแรก ที่เหลือรู้ผลมาก่อนแล้ว

บริการเริ่มยาต้านวันเดียวกันที่คลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย (ผู้มารับบริการ กรกฎาคม 2560 ถึงกรกฎาคม 2561)
ขั้น จำนวนคน
ผลตรวจคัดกรองครั้งแรกเป็นบวก 2,427
ยังไม่เคยกินยาต้าน และกลับมาตามนัดได้ 2,107
ตกลงรับบริการเริ่มยาวันเดียวกัน 1,904
ผ่านการประเมินและได้เริ่มยา 1,729
ในจำนวนนั้น เริ่มยาในวันเดียวกับที่พบเจ้าหน้าที่นำทางและรับผลตรวจยืนยัน 1,257 (ร้อยละ 72.7)

เมื่อนับถึง 7 วัน ตัวเลขนี้เป็นร้อยละ 91.2 ของกลุ่มที่เริ่มยา และในกลุ่มที่ตกลงรับบริการ ร้อยละ 75.3 ยังอยู่ในการดูแลเมื่อครบ 12 เดือน ผู้วิจัยสรุปว่ารูปแบบนี้ทำได้จริงที่ศูนย์ตรวจเอชไอวีในเขตเมืองของกรุงเทพฯ ข้อมูลนี้มาจากคลินิกแห่งเดียว และผู้วิจัยบอกไว้เองว่าผู้มารับบริการที่นี่ค่อนข้างแข็งแรงกว่าที่โรงพยาบาลอื่นในไทย

ส่วนภาพทั้งประเทศ งานวิเคราะห์ข้อมูลผู้เริ่มยาอายุ 15 ปีขึ้นไปในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ปี 2557 ถึง 2565 จำนวน 252,239 คน ซึ่งนับจากวันวินิจฉัย พบว่าร้อยละ 25 เริ่มยาภายใน 7 วัน โดยร้อยละ 17 เริ่มในวันเดียวกัน ผู้วิจัยสรุปว่าการเริ่มยาเร็วในไทยเพิ่มขึ้น แต่โดยรวมยังต่ำ

Quicky

วันนั้นจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตั้งแต่รู้ผลจนได้ยา

ลำดับข้างล่างเรียบเรียงจากแนวทางการรักษาของไทยและงานวิจัยของคลินิกนิรนาม แต่ละหน่วยบริการอาจเรียงต่างกันบ้าง

  1. ตรวจยืนยันผล ผลคัดกรองครั้งเดียวยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
  2. คุยกับเจ้าหน้าที่เรื่องความพร้อม แนวทางเขียนว่าควรพร้อมโดยสมัครใจ และเจ้าหน้าที่ควรถามถึงข้อกังวลหรืออุปสรรคในการกินยาต่อเนื่อง
  3. ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเอกซเรย์ปอด เพื่อคัดกรองโรคติดเชื้อฉวยโอกาสก่อนเริ่มยา
  4. เจาะเลือดตรวจพื้นฐาน แนวทางให้รอดูผลก่อนเริ่มยาเฉพาะบางรายการ ที่เหลือดูผลหลังเริ่มยาได้
  5. รับยาและนัดกลับ ในงานวิจัยของคลินิกนิรนาม ผู้รับบริการถูกนัดกลับมาใน 14 วัน
  6. ส่งต่อไปยังที่รักษาระยะยาวตามสิทธิ ในงานวิจัยมีเจ้าหน้าที่นำทางช่วยนัดและพาไปครั้งแรก

ไม่ใช่ทุกคนจะได้เริ่มยาในวันนั้น ในงานวิจัยนี้ ร้อยละ 9.2 ของคนที่ตกลงรับบริการถูกชะลอการเริ่มยาด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ส่วนใหญ่เพราะสงสัยวัณโรค กลุ่มนี้ถูกส่งไปตรวจเพิ่มที่โรงพยาบาลก่อน

ภาพอธิบายว่าผู้มีสิทธิรักษาต่างจังหวัดอาจเริ่มยาต้านในกรุงเทพฯ ก่อนได้ พร้อมประสานย้ายสิทธิและตรวจสอบค่าใช้จ่ายกับหน่วยบริการก่อนรับบริการ

สิทธิรักษาอยู่ที่อื่น เริ่มยาต้านที่กรุงเทพฯ ก่อนได้อย่างไร ใครจ่าย

ถ้าทำงานในกรุงเทพฯ แต่สิทธิรักษายังอยู่ต่างจังหวัด ยังมีทางไป แนวทางการรักษาของไทยนับเรื่องสิทธิเป็นเหตุหนึ่งที่หน่วยบริการจัดบริการเริ่มยาวันเดียวกันไม่ได้ และเสนอทางแก้ว่า ให้เริ่มยาไปพร้อมกับช่วยย้ายสิทธิเมื่อจำเป็น โดยไม่ต้องรอให้ย้ายสิทธิเสร็จก่อน แล้วค่อยย้ายสิทธิในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก

เรื่องค่าใช้จ่าย กรมควบคุมโรคระบุในหน้าสิทธิประโยชน์ว่าเมื่อมีเชื้อเอชไอวี เข้าสู่การรักษาได้ทันที ฟรี ครอบคลุมทุกสิทธิการรักษา ที่ต้องถามคือหน่วยบริการที่ไปตรวจเบิกตามสิทธิของเราได้หรือไม่

คลินิกนิรนามเป็นตัวอย่างหนึ่ง งานวิจัยข้างต้นบันทึกว่าในช่วงที่ศึกษา ยาต้านที่คลินิกนี้เป็นแบบจ่ายเงินซื้อ เบิกตามสิทธิไม่ได้ ส่วนบริการเริ่มยาวันเดียวกันในโครงการนั้นไม่คิดค่าใช้จ่าย ผู้รับบริการเริ่มยาที่นี่ แล้วย้ายไปรับยาฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิ ในกลุ่มที่ต้องการให้ช่วยส่งต่อ ร้อยละ 92.8 ไปถึงที่รักษาระยะยาวได้สำเร็จ

หน้าเว็บของศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย ซึ่งดูแลคลินิกนิรนาม ระบุ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่าบริการเริ่มยาวันเดียวกันเปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.30–15.00 น. ที่ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน ส่วนค่ายาต้านในหน้าอัตราค่าบริการเขียนว่าตามใบสั่งแพทย์ จึงควรโทรถามที่ 02 251 6711-5 ก่อนไป

Quicky

ถ้ายังไม่พร้อมเริ่มวันนั้น หรือผลยังสรุปไม่ได้

ไม่พร้อมก็ไม่ผิด แนวทางให้ความพร้อมเป็นเรื่องสมัครใจ ถ้ายังไม่พร้อม แนวทางให้เจ้าหน้าที่ให้การปรึกษาเพิ่ม และนัดติดตามเพื่อพิจารณาเริ่มยาอีกครั้งโดยเร็ว

ส่วนกรณีผลสรุปไม่ได้ แนวทางเพร็พให้ตรวจด้วยวิธีที่หาสารพันธุกรรมของเชื้อทันที หรือตรวจซ้ำในอีก 2–4 สัปดาห์ ระหว่างนั้นจะได้เพร็พหรือไม่ เจ้าหน้าที่พิจารณาเป็นรายคน ถ้าใช้เพร็พอยู่แล้ว อ่านต่อที่ จาก PrEP สู่การรักษา: ถ้าผล HIV เปลี่ยน ควรวางแผนกับคลินิกอย่างไร

ภาพรวมของการรักษาหลังจากวันแรก มูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) อธิบายไว้ในหน้า การรักษา HIV: เริ่มเร็ว สุขภาพดี และก้าวสู่ U=U

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจด้วยตัวเองแล้วผลเป็นบวก ไปขอเริ่มยาเลยได้ไหม

ยังไม่ได้ แนวทางเพร็พของไทยเขียนว่าผลบวกจากชุดตรวจด้วยตนเองต้องยืนยันด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเสมอ ให้นำผลไปบอกหน่วยบริการเพื่อตรวจยืนยันก่อน

เริ่มยาเร็วขนาดนี้ ปลอดภัยไหม

ผู้วิจัยของคลินิกนิรนาม ซึ่งคัดกรองโรคก่อนเริ่มยาทุกราย สรุปว่าการลดเวลารอไม่ได้ส่งผลเสียต่อการอยู่ในการดูแลหรือการกดไวรัส ข้อสรุปนี้มาจากคลินิกแห่งเดียว ส่วนงานวิเคราะห์ข้อมูลระบบหลักประกันสุขภาพข้างต้นสรุปว่าการเริ่มยาภายใน 7 วันหลังวินิจฉัยลดการเสียชีวิต แต่สัมพันธ์กับการขาดการติดตามในอัตราสูง เรื่องของแต่ละคนให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน

เริ่มยาที่ไหน ต้องรักษาที่นั่นตลอดไปไหม

ไม่จำเป็น ในงานวิจัยของคลินิกนิรนาม ผู้รับบริการเริ่มยาที่จุดตรวจ แล้วย้ายไปรับยาต่อที่โรงพยาบาลตามสิทธิ ระยะเวลากว่าจะย้ายสำเร็จมีค่ากลางที่ 57 วัน

ต้องพาใครไปด้วยไหม

แหล่งที่เราเปิดอ่านไม่ได้กำหนดเรื่องนี้ไว้ ในงานวิจัยของคลินิกนิรนาม ทุกคนที่เข้าบริการมีเจ้าหน้าที่นำทางคอยช่วย ถามหน่วยบริการได้ว่ามีคนทำหน้าที่นี้หรือไม่

เริ่มยาแล้ว จะรู้ได้เมื่อไรว่ายาได้ผล

รู้จากการตรวจปริมาณไวรัสในเลือด แนวทางการรักษาของไทยให้ตรวจในเดือนที่ 3–6 หลังเริ่มยา และในปีต่อ ๆ ไป ถ้าผลอยู่ในระดับตรวจไม่พบ ให้ตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง ระหว่างนั้นให้กินยาตามที่ทีมรักษากำหนดและไปตามนัด

Quicky

สรุป

ถ้าไปขอเพร็พในกรุงเทพฯ แล้วผลตรวจเอชไอวีเป็นบวก ขั้นถัดไปคือตรวจยืนยัน แล้วเริ่มยาต้านวันเดียวกันได้ถ้าเราพร้อมและผ่านการคัดกรอง ตามหลักในแนวทางของไทย

สิ่งที่ควรถามในวันนั้นมีสามข้อ ที่นี่เบิกตามสิทธิของเราได้ไหม ถ้าไม่ได้จะส่งต่อไปที่ไหน และนัดครั้งถัดไปคือเมื่อไร ถ้ายังไม่พร้อมเริ่มในวันนั้น ขอนัดกลับมาคุยอีกครั้งโดยเร็ว

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง