ตรวจเอชไอวี

ตรวจเอชไอวี

การตรวจเอชไอวีในสถานพยาบาลกับการตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ต่างกันอย่างไร?

แน่นอนว่าการตรวจเอชไอวีด้วยชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงการตรวจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นเพียงการตรวจคัดกรองเท่านั้น ซึ่งอาจจะต้องเข้ารับการตรวจยืนยันจากสถานพยาบาลอีกครั้ง โดยความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ ขั้นตอนการตรวจ หากเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผู้ตรวจจะได้รับคำปรึกษาและสอบถามความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อพิจารณารูปแบบการตรวจให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเอง ในส่วนของการใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ผู้ตรวจจะต้องทำการตรวจด้วยตนเอง จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะจากความผิดพลาดหรือความไม่สมบูรณ์ของชุดตรวจ

ทำไมการตรวจเอชไอวีเป็นประจำจึงเป็นเรื่องที่ง่ายและดีต่อตนเอง

การตรวจเอชไอวีในปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงที่โรคเอดส์เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลาที่ผ่านไปการคิดค้นแนวทางการรักษาให้หายขาดยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดวงการแพทย์สามารถรักษาให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเชื้อได้อย่างปกติ ทั้งนี้ยังมีการคิดค้นชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ที่มีความเสี่ยงเข้าถึงการตรวจคัดกรองได้ง่ายในราคาที่จับต้องได้ มีการออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกเข้าใจง่าย ดังนั้นการตรวจเอชไอวีเป็นประจำจึงส่งผลดีต่อการป้องกันที่ดีที่สุด กรณีที่พบเชื้อเร็วก็ส่งผลดีต่อการรักษาที่เร็วด้วยเช่นกัน ตลอดจนเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คู่นอนหรือบุคคลอื่นได้อีกด้วย

ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง INSTI หนึ่งในชุดตรวจที่ได้มาตรฐานระดับโลก

หากใครที่กำลังมองหา ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง ที่ได้มาตรฐาน และจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แนะนำว่าชุดตรวจเอชไอวี INSTI คือหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่า เพราะนอกจากจะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานในไทยแล้ว ยังขึ้นชื่อว่าเป็นชุดตรวจเอชไอวีที่มีประสิทธิภาพ สามารถทราบผลได้ใน 1 นาที โดยการเจาะเลือดจากปลายนิ้วเพียง 1 หยดเท่านั้น 

การตรวจเอชไอวีไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป ทั้งการตรวจกับทางสถานพยาบาล ที่ให้สิทธิสุขภาพถ้วนหน้า สำหรับคนไทย สามารถเข้ารับการตรวจเอชไอวีในโรงพยาบาลของรัฐได้ 2 ครั้งต่อปี หรือทางเลือกใหม่ด้วยการใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง นับว่าเป็นแนวทางการป้องกันเอชไอวีที่ช่วยให้มั่นใจได้อย่างครอบคลุม

continue reading
ตรวจเอชไอวี

ความก้าวหน้าของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองในปัจจุบัน

กว่า 40 ปีผ่านมาที่เชื้อไวรัสเอชไอวีได้ถูกค้นพบครั้งแรกในโลก เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2524 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้แพร่กระจายสู่ประชากรทั่วโลก ซึ่งในขณะนั้นรู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อ “โรคเอดส์” ถือว่าเป็นโรคที่ส่งผลร้ายแรงและนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด แต่การวิจัยและการพัฒนาด้านการแพทย์ได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมอย่างละเอียด จึงทำให้มีแนวทางการรักษาที่ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีให้หายขาดได้ 100% ก็ตาม แต่หนึ่งสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในขณะนี้คือการรักษาให้ผู้ติดเชื้อใช้ชีวิตร่วมกับเชื้อได้อย่างปกติ รวมไปถึงการลดโอกาสในการติดต่อด้วยการคิดค้น ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เพื่อการเข้าถึงและรู้ผลเลือดที่ง่ายได้ด้วยตัวเอง

ความก้าวหน้าของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้ริเริ่มวางจำหน่ายอย่างถูกต้องในประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ.2558 ด้วยการเปิดตัวชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองชุดแรกของโลก โดยใช้วิธีการเจาะเลือดเพื่อใช้ในการตรวจเบื้องต้น ซึ่งสามารถทราบผลเลือดได้ภายใน 15 นาทีเท่านั้น นับว่าเป็นหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้การเข้าถึงการตรวจได้มากขึ้นจากเดิม อีกทั้งยังเป็นการคัดกรองที่รวดเร็วและมีความแม่นยำมากถึง 99.7% 

ประสิทธิภาพของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองชุดแรกของโลก

ต่อเนื่องจากเนื้อหาข้างต้นที่ได้กล่าวถึงการเริ่มต้นวางจำหน่าย “ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง” ครั้งแรกของโลก แน่นอนว่าจะต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ มากมาย ในระหว่างการทดสอบและการวิจัย เพื่อให้ได้ชุดตรวจที่แม่นยำรวมถึงการใช้งานด้วยตัวเองที่สะดวกสบายมากที่สุด ในขณะนั้นพบว่าการชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองสามารถช่วยผู้คนได้สูงถึง 26,000 คนภายใน 1 ปี (ผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่ทราบว่าตนมีเชื้อ HIV) 

ผู้ผลิตชุดตรวจได้มุ่งหวังให้เป็นทางเลือก ที่ช่วยผู้ที่ต้องการทราบสถานะเลือดได้ง่าย โดยไม่ต้องรอผลการตรวจจากสถานพยาบาลที่นานถึง 5 วัน เนื่องจากระหว่างนั้นอาจมีความกังวลใจรวมถึงไม่ต้องการให้ข้อมูลส่วนตัวของตนถูกเปิดเผย ช่วยเพิ่มความสบายใจให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากขึ้น โดยทุกกระบวนการศึกษาวิจัยระบุไว้อย่างชัดเจนว่ามีความละเอียดรอบคอบ ผ่านการรับรองจากหน่วยงานสากลอย่างถูกต้องและตรวจสอบได้ 

(อ้างอิงข้อมูล : https://metro.co.uk/2015/04/27/the-worlds-first-hiv-self-testing-kit-is-being-launched-5168379/)

ความก้าวหน้าของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตัวเองในไทย

ในประเทศไทยได้มีการเริ่มต้นประกาศอนุญาตอย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ.2562 ด้วยการปลดล็อกจากที่แต่เดิมยังไม่ให้ขึ้นทะเบียนการค้าได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบรวมไปถึงประสิทธิภาพของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตัวเอง ซึ่งจากการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เล็งเห็นประโยชน์ที่จะได้รับมีความเหมาะสม ประกอบกับองค์การอนามัยโลกได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองมีประโยชน์ในการตรวจคัดกรองเบื้องต้นได้จริง จึงทำให้ประชาชนไทยเริ่มหันมาให้ความสนใจต่อชุดอุปกรณ์นี้กันมากยิ่งขึ้น

จากการยืนยันจาก อย. เมื่อช่วงเดือนเมษายนในปีเดียวกัน ได้ประสานงานร่วมกับมูลนิธิเกี่ยวกับเอดส์ สภากาชาดไทย และกรมควบคุมโรค ยืนยันว่า ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพแม่นยำมากถึง 99.5% ที่สำคัญคืออุปกรณ์การตรวจต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับชุดตรวจ สามารถทิ้งในขยะทั่วไปได้โดยไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะมีอันตรายต่อคนรอบข้าง ทั้งนี้ผู้จัดจำหน่ายจะต้องขอขึ้นทะเบียนชุดตรวจอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งการนำเสนอข้อมูลที่เหมาะสมต่อผู้ใช้งาน เช่น คำแนะนำในการใช้อุปกรณ์ การอ่านผลตรวจ ข้อปฏิบัติหลังได้ผลลัพธ์การตรวจ เป็นต้น 

ในส่วนของความกังวลเรื่องการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น จากการเจาะเลือดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองนั้น เรื่องนี้ได้กล่าวไว้ว่า ชุดตรวจเอชไอวีนี้ที่ได้รับการรับรองจากองค์กรสากล จะมีการออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและมีความปลอดภัยสูง เมื่อทำการเจาะเลือดจากปลายนิ้วมือเสร็จสิ้น เข็มจะถูกเก็บเข้าไปในเครื่องมือทันที และภายในชุดตรวจได้มีชุดปิดแผลให้มาครบครัน ดังนั้นการเจาะเลือดด้วยตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลอย่างที่หลายคนเข้าใจ

รูปแบบของชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองในปัจจุบัน

  • ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (เจาะเลือด)

เป็นรูปแบบการตรวจเอชไอวีเบื้องต้นที่สามารถทำได้เอง โดยการตรวจคัดกรองจากเลือดหรือส่วนประกอบของเลือด ซึ่งผู้ตรวจจะต้องศึกษาการใช้งานชุดตรวจอย่างละเอียดผ่านเอกสารที่แนบมาภายในชุดตรวจ ทั้งนี้ข้อควรระวังสำหรับชุดตรวจนี้คือใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น กรณีที่ชุดตรวจเอชไอวีมีสภาพไม่สมบูรณ์ห้ามใช้ชุดตรวจนั้น ๆ เด็ดขาด ที่สำคัญคือการตรวจด้วยชุดตรวจนี้เป็นการตรวจเบื้องต้นเท่านั้น หากทราบผลว่าติดเชื้อผู้ตรวจต้องเข้ารับการตรวจยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง 

  • ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง (น้ำลาย)

เป็นรูปแบบการตรวจเอชไอวีเบื้องต้นที่สามารถทำได้เอง โดยการตรวจคัดกรองจากน้ำลายหรือของเหลวในช่องปาก ซึ่งผู้ตรวจจะต้องทำความเข้าใจและทราบขั้นตอนการตรวจอย่างครบถ้วนก่อน เพื่อกระบวนการตรวจที่แม่นยำและผลที่แน่ชัดมากที่สุด ทั้งนี้ข้อควรระวังไม่แตกต่างจากชุดตรวจด้วยการเจาะเลือดเท่าไหร่นัก จำกัดเพียงว่าจะต้องใช้ของเหลวจากช่องปากในตำแหน่งที่เจาะจงไว้ในคำแนะนำเท่านั้น สิ่งสำคัญคือไม่ควรทำความสะอาดช่องปากอย่างน้อย 30 นาทีก่อนการตรวจ

#เอชไอวี #ชุดตรวจเอชไอวี #ตรวจเลือด #ตรวจเอชไอวี #ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง #HIV

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

continue reading
ตรวจเอชไอวี

เมื่อไหร่ที่ควรไปตรวจเอชไอวี?

ตรวจเอชไอวี ตรวจเอดส์ ตรวจโรคติดต่อทางเพศ

หากคุณสงสัยว่าตัวเองมีความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี ทางเลือกที่ดีที่สุด คือ การรีบปรึกษาแพทย์ หรือสถานพยาบาล เพื่อทำการตรวจเลือดโดยเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แสดงอาการ เพราะความจริงนั้น ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวเลยว่าได้รับเชื้อมาเรียบร้อยแล้ว มันไม่มีสัญญาณใด ๆ ระบุได้ว่าอาการไหน คือคนที่ติดเชื้อแล้ว จนกว่าคนนั้นจะได้ทำการเจาะเลือด

แบบไหนควรตรวจเอชไอวี?

  • ไม่สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  • เกิดอุบัติเหตุโดนเข็มฉีดยา กรณีที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์
  • ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือมึนเมาไม่ได้สติขณะมีเพศสัมพันธ์
  • มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในช่วงระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา
ตรวจHIV ตรวจเลือด ตรวจเอชไอวี ตรวจเอดส์ ตรวจโรคติดต่อทางเพศ

รู้จัก Window Period กันก่อน!

ระยะฟักตัว หรือ Window Period อธิบายง่าย ๆ คือ ช่วงเวลาที่คุณได้รับเชื้อเอชไอวีมาแล้ว แต่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Anti-body) ยังตรวจไม่พบเชื้อ ทำให้การเจาะเลือดตรวจในช่วงนี้ยังไม่พบเชื้อไวรัสเอชไอวี โดยปกติแล้วระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จะสามารถตรวจจับเชื้อเอชไอวีได้ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งแต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน เพราะการตอบสนองของร่างกายต่อเชื้อไวรัสนั้นแตกต่างกัน เราจึงจำเป็นต้องรอระยะเวลาที่จะสามารถตรวจพบเชื้อได้นั่นเอง

ต้องรอกี่วันถึงไปตรวจเลือดได้?

ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความก้าวไกลมาก ณ ปัจจุบัน ทำให้มีการพัฒนาชุดตรวจเอชไอวีที่ใช้กรรมวิธีที่แตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้

การตรวจหาแอนติบอดีของเชื้อเอชไอวี (Anti-HIV)

แอนติบอดีนั้น ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อต่อสู้กับเชื้อร้ายที่เข้ามาสู่ร่างกายโดยตรง ตามระบบภูมิคุ้มกันธรรมชาติของคนเรา โดยจะสามารถตรวจพบได้ในช่วงระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ถึง 1 เดือนขึ้นไป หลังได้รับเชื้อมาแล้ว การตรวจเอชไอวีวิธีนี้ จึงเป็นการตรวจจับแอนติบอดีในเลือดของเรานั่นเอง หากตรวจพบก็แสดงว่าร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าไปจริง ๆ เพราะเจ้าแอนติบอดีออกมาต่อสู้กับเชื้อ ทั้งนี้ หากต้องการความมั่นใจควรตรวจซ้ำหลังจากนี้ 3 เดือน เพื่อให้ร่างกายมีเวลาผลิตแอนติบอดีมากพอ และเป็นการยืนยันผลตรวจที่แน่นอนอีกครั้ง

การตรวจเอชไอวีด้วยเทคนิค PCR

PCR (Polymerase Chain Reaction) เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมในระดับอณูชีวโมเลกุล โดยสามารตรวจได้แม้แต่กระทั่งเด็กทารกที่อาจได้รับเชื้อเอชไอวีจากแม่ ตั้งแต่ช่วงอายุ 1 เดือน หากคุณตั้งครรภ์ การตรวจเอชไอวีเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากคุณมีเชื้อ จะสามารถวางแผนและป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อสู่เด็กในครรภ์ได้ หรือใช้ตรวจในผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยง 14 วันขึ้นไป ซึ่งเป็นวิธีการตรวจหาเชื้อเอชไอวีที่ทำให้การวินิจฉัยโรคเพื่อทำการรักษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การตรวจเอชไอวีแบบแนท (NAT)

NAT : Nucleic Acid Testing เป็นวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโดยตรงที่มีความรวดเร็วที่สุด และยังมีความแม่นยำสูง โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อเชื้อเอชไอวีมาเพียง 7-14 วันขึ้นไป ก็สามารถตรวจได้ ไม่จำเป็นต้องรอระยะเวลานานเหมือน 2 วิธีข้างต้น แต่ผู้ที่ตรวจด้วยวิธีนี้ แพทย์จะแนะนำให้กลับมาตรวจซ้ำอีกครั้งที่ 1 เดือนเพื่อยืนยันผล

ตรวจเอชไอวีที่ไหน สถานที่ตรวจเลือด ตรวจHIVที่ไหน คลินิกตรวจเลือด ตรวจเลือดกรุงเทพ

ตรวจเอชไอวีได้ที่ไหน?

คนไทยทุกคนสามารถตรวจเอชไอวีได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ แต่ก็มีหลายคนที่ไม่อยากรอคิวนาน รอฟังผลนานด้วยความที่ว่าสถานพยาบาลของทางภาครัฐ ย่อมมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก วันนี้เรามีทางเลือกในการตรวจเอชไอวีที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว โดยการจองผ่านเว็บไซต์ https://love2test.org/th ได้ตามสถานที่ดังต่อไปนี้

จังหวัดสถานบริการข้อมูลการจองตรวจ
กรุงเทพฯเซฟ คลินิก (SAFE CLINIC)https://love2test.org/clinic/SafeClinic
คลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้งรามคำแหง
(Rainbow Sky Association of Thailand (RSAT))
https://love2test.org/clinic/rsatbangkok
SWING THAILAND สาขาสีลม (Swing Silom)https://love2test.org/clinic/swing.silom
SWING สาขาสะพานควาย
(Swing Saphankhwai)
https://love2test.org/clinic/swing.saphankhwai
คลินิกรักษ์เพื่อน โรงพยาบาลกลาง
(Rakpuen Clinic Klang Hospital)
https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.klanghospital
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลตากสิน
(Rakpuen Clinic Taksin Hospital)
https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.taksin
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
(Rakpuen Clinic Charoenkrung Pracharak)
https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.charoenkrung
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลสิรินธร
(Rakpuen Clinic Sirindhorn)
https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.sirindhorn
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ (Rakpuen Clinic Vejkarun)https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.vejkarun
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลลาดกระบัง (Rakpuen Clinic Lardkrabang)https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.ladkrabang
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ (Rakpuen Clinic Ratchaphiphat)https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.ratchaphiphat
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ (Rakpuen Clinic Thaweesak)https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.thaweesak
คลินิกรักษ์เพื่อนคณะแพทยศาสตร์
วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (Rakpuen Clinic Nawamin)
https://love2test.org/clinic/rakpuen.nawamin
มูลนิธิเอชไอวี เอเชีย
(The HIV Foundation Asia)
https://love2test.org/clinic/hivfoundation
คลินิก บัดดี จุฬา (BUDDY CU Clinic)https://love2test.org/clinic/buddycuclinic
จังหวัดสถานบริการข้อมูลการจองตรวจ
เชียงใหม่คลินิกฮักษา กลางเวียง (HUGSA CLINIC)https://love2test.org/clinic/hugsa
แคร์แมท (CAREMAT)https://love2test.org/clinic/CAREMAT
Mplus Thailandhttps://love2test.org/clinic/MplusChiangMai
จังหวัดสถานบริการข้อมูลการจองตรวจ
ชลบุรีคลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้ง เมืองชลบุรี (Rsat Chon Buri)https://love2test.org/clinic/Rsatchonburi
SWING สาขาพัทยา(Swing Pattaya)https://love2test.org/clinic/swing.pattaya
อุบลราชธานีคลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้ง อุบลราชธานี (Rsat Ubon)https://love2test.org/clinic/RsatUbon
อุดรธานีศูนย์บริการสุขภาพชุมชนมูลนิธิเอ็มเฟรนด์อุดรธานี
(M-Friends Udonthani Foundation)
https://love2test.org/clinic/MFriends
ขอนแก่นแอ๊คทีม (Actteam)https://love2test.org/clinic/Actteam
ภูเก็ตสบายดีคลินิก โรงพยาบาลป่าตอง
(Sabidee Clinic Patong)
https://love2test.org/clinic/SabideePatong
สงขลาคลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้ง หาดใหญ่
(RSAT Songkhla)
https://love2test.org/clinic/RsatSongkhla

ตรวจเอชไอวีเป็นประจำทุกปี

เราแนะนำให้รวมการตรวจเอชไอวีเข้ากับโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีของคุณไปเลยทีเดียว เพราะการเช็คเป็นประจำ จะช่วยป้องกันคุณให้ปลอดภัยจากโรคนี้ได้ รวมถึงตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย หากคุณเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ควรตรวจเอชไอวีอย่างน้อยทุก ๆ 3-6 เดือนหรือบ่อยกว่านี้ โดยประเมินจากความเสี่ยงที่คุณมีเพศสัมพันธ์ในแต่ละครั้ง

ถึงแม้ว่า คุณจะไม่มีความเสี่ยงแบบที่กล่าวไปข้างต้น แต่หากคุณยังมีเพศสัมพันธ์อยู่ ก็ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง เพื่อหาเชื้อไวรัสเอชไอวีเป็นประจำ เพราะเราไม่อาจรู้ได้แน่นอนว่า คู่นอนของเรามีความเสี่ยงหรือไม่ การตัดสินใจตรวจเอชไอวี ถือเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ แสดงถึงความใส่ใจในสุขภาพทางเพศของคุณเป็นอย่างดีครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

continue reading
ตรวจเอชไอวี

เอชไอวี ตรวจก่อน ป้องกันได้

เอชไอวี (HIV) คือ โรคจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวี HIV ย่อมาจากคำว่า Human Immunodeficiency Virus. โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปอาศัยในร่างการจน และเริ่มทำลายระบบภูมิคุ้มกันของคน โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวประเภททีเซลล์ T-Cell หรือบางที่เรียวกว่า CD4

ซึ่งโดยปกติแล้วเม็ดเลือดขาวตัวนี้จะเป็นตัวทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเม็ดเลือดขาวถูกทำลายทำให้เราไม่สามารถต่อสู้กับโรคได้ และทำให้เราเจ็บป่วยได้

เอชไอวีมีอาการอย่างไร ?

สำหรับเอชไอวี สำหรับบางคนเมื่อรับเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย จะยังไม่แสดงอาการ และไม่สามารถมองอาการด้วยได้ตาเปล่า ต้องมีการตรวจเลือดเท่านั้นถึงจะทราบว่าเป็นเอชไอวีหรือไม่ สำหรับผู้ที่รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายและ มีอาการของโรคเอดส์ จะพบอาการดังนี้

  • มีอาการท้องเสียเรื้อรังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์
  • พบว่าน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
  • ตรวจพบมีผื่นตามผิวหนัง ในช่องปาก
  • มีแผลที่ริมฝีปาก อวัยวะเพศและทวารหนัก
  • อาการบวมที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ รักแร้และขาหนีบ

การติดเชื้อเอชไอวี

การติดเชื้อเอชไอวี( HIV )แบ่งได้ 4 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะติดเชื้อเฉียบพลัน (Acute HIV Infectious )คือ ระยะที่รับเชื้อมาใหม่ๆ โดยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่สำหรับบางคนจะไม่มีอาการใด ๆ ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี
  2.  ระยะไม่ปรากฏอาการ (Clinical Latency Stage) คือ เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นระยะที่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ และไม่สามารถสังเกตุได้ มักจะทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่นได้
  3. ระยะมีอาการ คือ เป็นช่วงระยะมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น จะพบมีตุ่มคันขึ้นตามแขน มีฝ้าขาวในปาก ขา ในหลายคนมักมีไข้เรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ และพบว่ามีอาการท้องเสียเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ และน้ำหนักลดมากกว่าร้อยละ 10 เป็นต้
  4. ระยะเอดส์ (AIDS) คือ ระยะนี้ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะถูกทำลายลงไปมาก CD4 มีปริมาณที่น้อยมาก สามารถทราบได้จากการตรวจเลือดจะพบเม็ดเลือดขาวชนิดซีดีสี่ลดลง ร่างกายเริ่มติดโรคติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น วัณโรค เชื้อราในปอด เชื้อราขึ้นสมอง

เอชไอวี ตรวจก่อน ป้องกันได้

การป้องกันเอชไอวี?

เอชไอวีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  STD การวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะถุงยางอนามัยจะสามารถป้องกันโรคติดต่อได้เกือบทุกชนิดทั้งยังสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

วิธีป้องกันอีกแบบหนึ่งคือการทานยาที่เรียกว่า PrEP ซึ่งจะเป็นยาที่ทานดักไว้ก่อนการมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี แต่ยา PrEP นี้จะสามารถป้องกันได้แค่โรคเอชไอวีเท่านั้น หากอยากป้องกันให้ครบถ้วนก็ควรใช้ถุงยางอนามัยอยู่ดี

อย่างไรก็ตามเราเป็นผู้ศูนย์กลางในการเลือกวิธีการป้องกัน HIV เราสามารถกำหนดได้ว่าอยากใช้เพร็พ หรือถุงยาง หรือใช้คู่กันเพื่อให้ตัวเองปลอดภัยและคงสถานะลบให้นานที่สุด

การรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ปัจจุบันการรักษาเอชไอวี มีเพียงการรักษาด้วยยาต้านเอชไอวีเท่านั้น เนื่องจากเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด โดยผู้ติดเชื้อจะได้รับยาต้านเอชไอวีอย่างน้อย 3 ชนิดร่วมกันเป็นสูตรยา แต่มีหลักการรักษา คือ ผู้ติดเชื้อต้องกินยาให้ตรงเวลาทุกวันต่อเนื่องตลอดชีวิต เพราะยาจะไปทำการยับยั้งการแบ่งตัวและการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส ถ้าหยุดกินเมื่อไหร่ก็จะทำให้เชื้อไวรัสแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและแพร่กระจาย

และในขณะนี้ ปี 2021 การพัฒนายาต้านแบบฉีดได้รับความสนใจและประสพความสำเร็จในบางประเทศและหวังว่าประเทศไทยจะนำมาใช้เร็ว ๆ นี้ โดยการฉีดยาต้านเอชไอวี จะทำการฉีดเดือนละครั้ง แทนการทานยาทุกวัน

สรุป เอชไอวีไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวหากเรามีการป้องกันและมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รู้สถานของตัวเราและวางแผนชีวิตได้ อย่าลืมนะครับ ตรวจเอชไอวีปัจจุบันฟรี https://love2test.org/th/clinic

continue reading