ตรวจเอชไอวี

ตรวจเอชไอวี

เมื่อไหร่ที่ควรไปตรวจเอชไอวี?

ตรวจเอชไอวี ตรวจเอดส์ ตรวจโรคติดต่อทางเพศ

หากคุณสงสัยว่าตัวเองมีความเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี ทางเลือกที่ดีที่สุด คือ การรีบปรึกษาแพทย์ หรือสถานพยาบาล เพื่อทำการตรวจเลือดโดยเร็ว ไม่จำเป็นต้องรอให้แสดงอาการ เพราะความจริงนั้น ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวเลยว่าได้รับเชื้อมาเรียบร้อยแล้ว มันไม่มีสัญญาณใด ๆ ระบุได้ว่าอาการไหน คือคนที่ติดเชื้อแล้ว จนกว่าคนนั้นจะได้ทำการเจาะเลือด

แบบไหนควรตรวจเอชไอวี?

  • ไม่สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  • เกิดอุบัติเหตุโดนเข็มฉีดยา กรณีที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์
  • ถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือมึนเมาไม่ได้สติขณะมีเพศสัมพันธ์
  • มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในช่วงระยะ 6 เดือนที่ผ่านมา
ตรวจHIV ตรวจเลือด ตรวจเอชไอวี ตรวจเอดส์ ตรวจโรคติดต่อทางเพศ

รู้จัก Window Period กันก่อน!

ระยะฟักตัว หรือ Window Period อธิบายง่าย ๆ คือ ช่วงเวลาที่คุณได้รับเชื้อเอชไอวีมาแล้ว แต่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Anti-body) ยังตรวจไม่พบเชื้อ ทำให้การเจาะเลือดตรวจในช่วงนี้ยังไม่พบเชื้อไวรัสเอชไอวี โดยปกติแล้วระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จะสามารถตรวจจับเชื้อเอชไอวีได้ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งแต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน เพราะการตอบสนองของร่างกายต่อเชื้อไวรัสนั้นแตกต่างกัน เราจึงจำเป็นต้องรอระยะเวลาที่จะสามารถตรวจพบเชื้อได้นั่นเอง

ต้องรอกี่วันถึงไปตรวจเลือดได้?

ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความก้าวไกลมาก ณ ปัจจุบัน ทำให้มีการพัฒนาชุดตรวจเอชไอวีที่ใช้กรรมวิธีที่แตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้

การตรวจหาแอนติบอดีของเชื้อเอชไอวี (Anti-HIV)

แอนติบอดีนั้น ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อต่อสู้กับเชื้อร้ายที่เข้ามาสู่ร่างกายโดยตรง ตามระบบภูมิคุ้มกันธรรมชาติของคนเรา โดยจะสามารถตรวจพบได้ในช่วงระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ถึง 1 เดือนขึ้นไป หลังได้รับเชื้อมาแล้ว การตรวจเอชไอวีวิธีนี้ จึงเป็นการตรวจจับแอนติบอดีในเลือดของเรานั่นเอง หากตรวจพบก็แสดงว่าร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวีเข้าไปจริง ๆ เพราะเจ้าแอนติบอดีออกมาต่อสู้กับเชื้อ ทั้งนี้ หากต้องการความมั่นใจควรตรวจซ้ำหลังจากนี้ 3 เดือน เพื่อให้ร่างกายมีเวลาผลิตแอนติบอดีมากพอ และเป็นการยืนยันผลตรวจที่แน่นอนอีกครั้ง

การตรวจเอชไอวีด้วยเทคนิค PCR

PCR (Polymerase Chain Reaction) เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมในระดับอณูชีวโมเลกุล โดยสามารตรวจได้แม้แต่กระทั่งเด็กทารกที่อาจได้รับเชื้อเอชไอวีจากแม่ ตั้งแต่ช่วงอายุ 1 เดือน หากคุณตั้งครรภ์ การตรวจเอชไอวีเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากคุณมีเชื้อ จะสามารถวางแผนและป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อสู่เด็กในครรภ์ได้ หรือใช้ตรวจในผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยง 14 วันขึ้นไป ซึ่งเป็นวิธีการตรวจหาเชื้อเอชไอวีที่ทำให้การวินิจฉัยโรคเพื่อทำการรักษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การตรวจเอชไอวีแบบแนท (NAT)

NAT : Nucleic Acid Testing เป็นวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโดยตรงที่มีความรวดเร็วที่สุด และยังมีความแม่นยำสูง โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อเชื้อเอชไอวีมาเพียง 7-14 วันขึ้นไป ก็สามารถตรวจได้ ไม่จำเป็นต้องรอระยะเวลานานเหมือน 2 วิธีข้างต้น แต่ผู้ที่ตรวจด้วยวิธีนี้ แพทย์จะแนะนำให้กลับมาตรวจซ้ำอีกครั้งที่ 1 เดือนเพื่อยืนยันผล

ตรวจเอชไอวีที่ไหน สถานที่ตรวจเลือด ตรวจHIVที่ไหน คลินิกตรวจเลือด ตรวจเลือดกรุงเทพ

ตรวจเอชไอวีได้ที่ไหน?

คนไทยทุกคนสามารถตรวจเอชไอวีได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ แต่ก็มีหลายคนที่ไม่อยากรอคิวนาน รอฟังผลนานด้วยความที่ว่าสถานพยาบาลของทางภาครัฐ ย่อมมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก วันนี้เรามีทางเลือกในการตรวจเอชไอวีที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว โดยการจองผ่านเว็บไซต์ https://love2test.org/th ได้ตามสถานที่ดังต่อไปนี้

จังหวัดสถานบริการข้อมูลการจองตรวจ
กรุงเทพฯเซฟ คลินิก (SAFE CLINIC)https://love2test.org/clinic/SafeClinic
คลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้งรามคำแหง
(Rainbow Sky Association of Thailand (RSAT))
https://love2test.org/clinic/rsatbangkok
SWING THAILAND สาขาสีลม (Swing Silom)https://love2test.org/clinic/swing.silom
SWING สาขาสะพานควาย
(Swing Saphankhwai)
https://love2test.org/clinic/swing.saphankhwai
คลินิกรักษ์เพื่อน โรงพยาบาลกลาง
(Rakpuen Clinic Klang Hospital)
https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.klanghospital
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลตากสิน
(Rakpuen Clinic Taksin Hospital)
https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.taksin
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
(Rakpuen Clinic Charoenkrung Pracharak)
https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.charoenkrung
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลสิรินธร
(Rakpuen Clinic Sirindhorn)
https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.sirindhorn
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ (Rakpuen Clinic Vejkarun)https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.vejkarun
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลลาดกระบัง (Rakpuen Clinic Lardkrabang)https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.ladkrabang
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ (Rakpuen Clinic Ratchaphiphat)https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.ratchaphiphat
คลินิกรักษ์เพื่อนโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ (Rakpuen Clinic Thaweesak)https://love2test.org/clinic/rakpuenclinic.thaweesak
คลินิกรักษ์เพื่อนคณะแพทยศาสตร์
วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (Rakpuen Clinic Nawamin)
https://love2test.org/clinic/rakpuen.nawamin
มูลนิธิเอชไอวี เอเชีย
(The HIV Foundation Asia)
https://love2test.org/clinic/hivfoundation
คลินิก บัดดี จุฬา (BUDDY CU Clinic)https://love2test.org/clinic/buddycuclinic
จังหวัดสถานบริการข้อมูลการจองตรวจ
เชียงใหม่คลินิกฮักษา กลางเวียง (HUGSA CLINIC)https://love2test.org/clinic/hugsa
แคร์แมท (CAREMAT)https://love2test.org/clinic/CAREMAT
Mplus Thailandhttps://love2test.org/clinic/MplusChiangMai
จังหวัดสถานบริการข้อมูลการจองตรวจ
ชลบุรีคลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้ง เมืองชลบุรี (Rsat Chon Buri)https://love2test.org/clinic/Rsatchonburi
SWING สาขาพัทยา(Swing Pattaya)https://love2test.org/clinic/swing.pattaya
อุบลราชธานีคลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้ง อุบลราชธานี (Rsat Ubon)https://love2test.org/clinic/RsatUbon
อุดรธานีศูนย์บริการสุขภาพชุมชนมูลนิธิเอ็มเฟรนด์อุดรธานี
(M-Friends Udonthani Foundation)
https://love2test.org/clinic/MFriends
ขอนแก่นแอ๊คทีม (Actteam)https://love2test.org/clinic/Actteam
ภูเก็ตสบายดีคลินิก โรงพยาบาลป่าตอง
(Sabidee Clinic Patong)
https://love2test.org/clinic/SabideePatong
สงขลาคลินิกเทคนิคการแพทย์ฟ้าสีรุ้ง หาดใหญ่
(RSAT Songkhla)
https://love2test.org/clinic/RsatSongkhla

ตรวจเอชไอวีเป็นประจำทุกปี

เราแนะนำให้รวมการตรวจเอชไอวีเข้ากับโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีของคุณไปเลยทีเดียว เพราะการเช็คเป็นประจำ จะช่วยป้องกันคุณให้ปลอดภัยจากโรคนี้ได้ รวมถึงตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย หากคุณเป็นกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ควรตรวจเอชไอวีอย่างน้อยทุก ๆ 3-6 เดือนหรือบ่อยกว่านี้ โดยประเมินจากความเสี่ยงที่คุณมีเพศสัมพันธ์ในแต่ละครั้ง

ถึงแม้ว่า คุณจะไม่มีความเสี่ยงแบบที่กล่าวไปข้างต้น แต่หากคุณยังมีเพศสัมพันธ์อยู่ ก็ควรเข้ารับการตรวจคัดกรอง เพื่อหาเชื้อไวรัสเอชไอวีเป็นประจำ เพราะเราไม่อาจรู้ได้แน่นอนว่า คู่นอนของเรามีความเสี่ยงหรือไม่ การตัดสินใจตรวจเอชไอวี ถือเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์ แสดงถึงความใส่ใจในสุขภาพทางเพศของคุณเป็นอย่างดีครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

continue reading
ตรวจเอชไอวี

เอชไอวี ตรวจก่อน ป้องกันได้

เอชไอวี (HIV) คือ โรคจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวี HIV ย่อมาจากคำว่า Human Immunodeficiency Virus. โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปอาศัยในร่างการจน และเริ่มทำลายระบบภูมิคุ้มกันของคน โดยเฉพาะเม็ดเลือดขาวประเภททีเซลล์ T-Cell หรือบางที่เรียวกว่า CD4

ซึ่งโดยปกติแล้วเม็ดเลือดขาวตัวนี้จะเป็นตัวทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเม็ดเลือดขาวถูกทำลายทำให้เราไม่สามารถต่อสู้กับโรคได้ และทำให้เราเจ็บป่วยได้

เอชไอวีมีอาการอย่างไร ?

สำหรับเอชไอวี สำหรับบางคนเมื่อรับเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย จะยังไม่แสดงอาการ และไม่สามารถมองอาการด้วยได้ตาเปล่า ต้องมีการตรวจเลือดเท่านั้นถึงจะทราบว่าเป็นเอชไอวีหรือไม่ สำหรับผู้ที่รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายและ มีอาการของโรคเอดส์ จะพบอาการดังนี้

  • มีอาการท้องเสียเรื้อรังนานกว่าหนึ่งสัปดาห์
  • พบว่าน้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
  • ตรวจพบมีผื่นตามผิวหนัง ในช่องปาก
  • มีแผลที่ริมฝีปาก อวัยวะเพศและทวารหนัก
  • อาการบวมที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ รักแร้และขาหนีบ

การติดเชื้อเอชไอวี

การติดเชื้อเอชไอวี( HIV )แบ่งได้ 4 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะติดเชื้อเฉียบพลัน (Acute HIV Infectious )คือ ระยะที่รับเชื้อมาใหม่ๆ โดยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด แต่สำหรับบางคนจะไม่มีอาการใด ๆ ทำให้ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี
  2.  ระยะไม่ปรากฏอาการ (Clinical Latency Stage) คือ เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นระยะที่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ และไม่สามารถสังเกตุได้ มักจะทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่นได้
  3. ระยะมีอาการ คือ เป็นช่วงระยะมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายของผู้ที่ติดเชื้อ เช่น จะพบมีตุ่มคันขึ้นตามแขน มีฝ้าขาวในปาก ขา ในหลายคนมักมีไข้เรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ และพบว่ามีอาการท้องเสียเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ และน้ำหนักลดมากกว่าร้อยละ 10 เป็นต้
  4. ระยะเอดส์ (AIDS) คือ ระยะนี้ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะถูกทำลายลงไปมาก CD4 มีปริมาณที่น้อยมาก สามารถทราบได้จากการตรวจเลือดจะพบเม็ดเลือดขาวชนิดซีดีสี่ลดลง ร่างกายเริ่มติดโรคติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น วัณโรค เชื้อราในปอด เชื้อราขึ้นสมอง

เอชไอวี ตรวจก่อน ป้องกันได้

การป้องกันเอชไอวี?

เอชไอวีเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  STD การวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพราะถุงยางอนามัยจะสามารถป้องกันโรคติดต่อได้เกือบทุกชนิดทั้งยังสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

วิธีป้องกันอีกแบบหนึ่งคือการทานยาที่เรียกว่า PrEP ซึ่งจะเป็นยาที่ทานดักไว้ก่อนการมีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี แต่ยา PrEP นี้จะสามารถป้องกันได้แค่โรคเอชไอวีเท่านั้น หากอยากป้องกันให้ครบถ้วนก็ควรใช้ถุงยางอนามัยอยู่ดี

อย่างไรก็ตามเราเป็นผู้ศูนย์กลางในการเลือกวิธีการป้องกัน HIV เราสามารถกำหนดได้ว่าอยากใช้เพร็พ หรือถุงยาง หรือใช้คู่กันเพื่อให้ตัวเองปลอดภัยและคงสถานะลบให้นานที่สุด

การรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ปัจจุบันการรักษาเอชไอวี มีเพียงการรักษาด้วยยาต้านเอชไอวีเท่านั้น เนื่องจากเป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุด โดยผู้ติดเชื้อจะได้รับยาต้านเอชไอวีอย่างน้อย 3 ชนิดร่วมกันเป็นสูตรยา แต่มีหลักการรักษา คือ ผู้ติดเชื้อต้องกินยาให้ตรงเวลาทุกวันต่อเนื่องตลอดชีวิต เพราะยาจะไปทำการยับยั้งการแบ่งตัวและการเพิ่มจำนวนของเชื้อไวรัส ถ้าหยุดกินเมื่อไหร่ก็จะทำให้เชื้อไวรัสแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและแพร่กระจาย

และในขณะนี้ ปี 2021 การพัฒนายาต้านแบบฉีดได้รับความสนใจและประสพความสำเร็จในบางประเทศและหวังว่าประเทศไทยจะนำมาใช้เร็ว ๆ นี้ โดยการฉีดยาต้านเอชไอวี จะทำการฉีดเดือนละครั้ง แทนการทานยาทุกวัน

สรุป เอชไอวีไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวหากเรามีการป้องกันและมีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รู้สถานของตัวเราและวางแผนชีวิตได้ อย่าลืมนะครับ ตรวจเอชไอวีปัจจุบันฟรี https://love2test.org/th/clinic

continue reading