รับ PrEP นอกเวลาในกรุงเทพฯ ทำได้จริง เพราะบางหน่วยบริการเปิดรอบเย็นหลังเลิกงานและเช้าวันเสาร์ และแนวทางการจัดบริการ PrEP ของประเทศไทย ปี 2568 ก็แนะนำให้หน่วยบริการเพิ่มบริการนอกเวลา รวมถึงวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สิ่งที่ต้องวางแผนคือตารางนัดตรวจติดตาม เพราะ PrEP (เพร็พ) ไม่ใช่ยาที่รับครั้งเดียวจบ
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า ตารางนัดฉบับปี 2568 คือเดือนที่ 0, 1, 4, 7, 10 ปีแรกจึงไปคลินิกราว 5 ครั้ง และถ้าไปในเวลาราชการไม่ไหว ให้คุยกับผู้ให้บริการก่อนยาหมด
รับ PrEP นอกเวลา ในกรุงเทพฯ มีจริงไหม
มีจริง แต่ยังไม่ใช่ทุกที่ และเวลาเปิดของแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน แนวทางปี 2568 แนะนำให้หน่วยบริการทำให้การเริ่มใช้ PrEP ง่ายขึ้น ด้วยโปรแกรมที่ตรวจ ให้คำปรึกษา และรับยาได้ในครั้งเดียว มีบริการแบบไม่ต้องนัดล่วงหน้าโดยเฉพาะในพื้นที่เมือง พัฒนาระบบนัดหมายออนไลน์ เพิ่มบริการนอกเวลาและวันหยุด รวมถึงบริการผ่านระบบสาธารณสุขทางไกล
ในกรุงเทพฯ มีตัวอย่างที่ประกาศเวลาไว้ชัดเจน ดังนี้
- คลินิกนอกเวลาของศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย วันจันทร์ พุธ ศุกร์ เวลา 16.30–20.00 น. และวันเสาร์ 08.30–12.00 น. ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
- หน้าบริการเพร็พและเป๊ปของที่เดียวกัน ระบุช่วงเวลาไว้แคบกว่า คือวันพุธและศุกร์ 16.30–19.00 น. และวันเสาร์ 08.30–11.00 น.
- คลินิกสุขภาพเพศหลากหลายของโรงพยาบาลกลาง สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ทุกวันพุธที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา 16.00–20.00 น. ซึ่งเป็นประกาศตั้งแต่ พ.ศ. 2566 จึงควรโทรยืนยันก่อนไป
รอบนอกเวลามักสั้นกว่ารอบกลางวัน จึงควรโทรถามเวลาปิดรับคิวก่อนออกจากที่ทำงาน อย่าดูแค่เวลาปิดทำการ
ปีหนึ่งต้องไปคลินิกกี่ครั้ง
ตารางนัดสำหรับ PrEP ชนิดรับประทานที่ใช้ในไทยคือ เดือนที่ 0, 1, 4, 7, 10 แล้วต่อเนื่องทุก 3 เดือน นั่นคือครั้งแรก อีกครั้งหลังเริ่มยา 1 เดือน จากนั้นทุก 3 เดือน จุดนี้เปลี่ยนจากแนวทางฉบับ พ.ศ. 2564 ที่นัดเดือนที่ 0, 1, 3, 6, 9 ถ้าเคยใช้ PrEP เมื่อหลายปีก่อนแล้วกลับมาใหม่ ตารางที่คุณจำได้จึงอาจไม่ตรงกับปัจจุบัน
คิดเป็นภาระเวลาจริงคือ ปีแรกราว 5 ครั้ง ปีถัดไปราว 4 ครั้ง ถ้าเลือกที่ที่มีรอบเย็นหรือวันเสาร์ตั้งแต่ต้น การลางานทั้งปีก็แทบไม่ต้องเกิดขึ้น รายละเอียดว่าก่อนเริ่มยาต้องตรวจอะไรบ้าง อ่านต่อได้ที่ ขอรับยา PrEP ต้องตรวจอะไรก่อนเริ่ม
แต่ละนัดเขาตรวจอะไรบ้าง
การตรวจไม่ได้หนักเท่ากันทุกครั้ง บางอย่างตรวจทุกนัด บางอย่างปีละครั้ง และบางอย่างทำเฉพาะบางคน ตารางนี้สรุปตามแนวทางปี 2568 สำหรับผู้ใช้ PrEP ชนิดรับประทาน
| สิ่งที่ตรวจ | ความถี่ | หมายความว่าอะไร |
|---|---|---|
| เอชไอวี | แรกเข้า เดือนที่ 1 แล้วทุก 3 เดือน | ใช้ได้ทั้งการตรวจในห้องปฏิบัติการ ชุดตรวจแบบรวดเร็ว หรือชุดตรวจด้วยตนเอง ตามดุลยพินิจของแพทย์ |
| ซิฟิลิส | ทุก 3 เดือน | ตรวจถี่เพราะมักไม่มีอาการชัด และรักษาหายได้ |
| หนองในและคลามิเดีย | ทุก 6 เดือน | PrEP ไม่ได้ป้องกันสองโรคนี้ จึงยังต้องคัดกรอง |
| ไวรัสตับอักเสบซี | ทุก 6 เดือน | ดูแลตับควบคู่กับการป้องกันเอชไอวี |
| ไวรัสตับอักเสบบี | ทุก 12 เดือน ในคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน | ฉีดวัคซีนครบแล้วก็ลดการตรวจซ้ำได้ |
| ค่าการทำงานของไต | ทุก 6–12 เดือน เฉพาะบางกลุ่ม | ทำในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อไตทำงานบกพร่อง |
อีกจุดที่เปลี่ยนไปคือ แนวทางปี 2568 ขยับการตรวจไตแรกเข้า จากเดิมที่ทำในผู้มีอายุ 30 ปีขึ้นไป มาเป็นผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปหรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
วันนัดชนกับงานสำคัญ เลื่อนได้ไหม
แนวทางปี 2568 ตอบเรื่องนี้ไว้ตรง ๆ ว่า ถ้าผู้รับบริการมาตรวจตามนัดไม่ได้ ผู้ให้บริการสามารถเสนอวิธีอื่นในการติดตาม เช่น ใช้ระบบบริการสาธารณสุขทางไกล ใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองช่วยติดตาม และจ่าย PrEP ให้มากกว่าตารางนัดปกติ ทั้งยังปรับตารางตรวจติดตามให้ตรงกับความจำเป็นของแต่ละคนได้ พร้อมแนะนำให้กลับมาตรวจตามแนวทางให้เร็วที่สุด อีกกรณีที่เขียนไว้ชัดคือ ถ้าไม่มีความเสี่ยงในช่วงที่ผลตรวจอาจยังไม่ขึ้นก่อนการตรวจแรกเข้า และไม่สะดวกมาตรวจในเดือนที่ 1 ผู้ให้บริการอาจพิจารณาจ่าย PrEP 3 เดือนตั้งแต่ครั้งแรก แล้วนัดติดตามในเดือนที่ 3
ทั้งหมดนี้เป็นการพิจารณาของผู้ให้บริการเป็นรายคน ไม่ใช่สิ่งที่เลือกเองได้ วิธีที่ได้ผลที่สุดคือบอกล่วงหน้าตั้งแต่วันรับยา ไม่ใช่โทรแจ้งวันที่ยาหมดแล้ว
TelePrEP และชุดตรวจด้วยตนเอง ช่วยได้แค่ไหน
TelePrEP คือการให้บริการ PrEP ผ่านระบบบริการสาธารณสุขทางไกล ซึ่งแนวทางระบุว่ามีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่หน่วยบริการ โดยใช้ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการใกล้บ้าน หรือใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองในการเริ่มและติดตาม PrEP ได้ตามดุลพินิจของแพทย์ และเจ้าหน้าที่ยังต้องซักประวัติ ประเมิน และให้คำปรึกษาในแต่ละครั้งเช่นเดิม บริการนี้ขยายตัวตั้งแต่ช่วงโควิด 19 และยังทำอยู่ถึงปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ทุกคลินิกในกรุงเทพฯ จะมีให้ใช้ จึงต้องถามเป็นรายแห่ง ส่วน PrEP ชนิดฉีดยังต้องมาตามรอบที่สถานพยาบาล เพราะต้องฉีดโดยเจ้าหน้าที่
เริ่มยาเย็นวันศุกร์ ทันสุดสัปดาห์หรือไม่
ตามแนวทางปี 2568 การเริ่ม PrEP ชนิดรับประทานคือกิน 2 เม็ดพร้อมกัน ในช่วง 2–24 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ จากนั้นกินต่อวันละ 1 เม็ด ส่วนการหยุดยาต่างกันตามเพศกำเนิด คือเพศกำเนิดชายกินต่ออีกวันละ 1 เม็ด เป็นเวลา 2 วันนับจากเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย ส่วนเพศกำเนิดหญิง เพศกำเนิดชายที่มีช่องคลอดใหม่ และผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีด ให้กินต่ออีก 7 วัน เปรียบเทียบรูปแบบการกินได้ที่ PrEP 2-1-1 กับทางเลือกอื่นต่างกันอย่างไร
ที่ต้องย้ำคือ PrEP ป้องกันเฉพาะเอชไอวี ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นและไม่ได้คุมกำเนิด แนวทางฉบับนี้จึงระบุว่าการใช้ถุงยางอนามัยขึ้นอยู่กับเป้าหมายการดูแลสุขภาพของแต่ละคน เพราะถุงยางอนามัยช่วยได้ทั้งสามเรื่องพร้อมกัน และถ้าเพิ่งมีความเสี่ยงมาไม่เกิน 72 ชั่วโมง เรื่องที่ต้องรีบคือการประเมินยาต้านไวรัสฉุกเฉินหรือ PEP ซึ่งต้องกินให้ครบ 28 วันก่อน แล้วจึงเริ่ม PrEP ต่อ
ค่าใช้จ่ายและสิ่งที่ควรถามก่อนจองคิว
ยา PrEP ชนิดรับประทานสองสูตรที่ใช้ในไทยอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ส่วนชนิดฉีดออกฤทธิ์นานยังไม่อยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ ด้านบริการในเมือง สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร ระบุรายชื่อคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย 31 พิกัดใน 6 กลุ่มเขต ที่ให้บริการขอยา PrEP และ PEP ฟรี และหากผลเลือดเปลี่ยนระหว่างใช้ PrEP แนวทางกำหนดให้ตรวจยืนยันและเริ่มยาต้านไวรัสโดยเร็ว ซึ่งอ่านภาพรวมการรักษาต่อได้ที่คลังความรู้เรื่องการรักษาเอชไอวีของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
- รอบนอกเวลาหรือวันเสาร์ของที่นี่คือวันไหน และปิดรับคิวกี่โมง
- เจาะเลือดและรับยาจบในวันเดียวไหม หรือต้องกลับมาฟังผลอีกวัน
- มีบริการติดตามทางไกลหรือใช้ชุดตรวจด้วยตนเองหรือไม่
- ใช้สิทธิอะไรได้บ้าง และวันแรกต้องเตรียมเอกสารอะไร
คำถามที่พบบ่อย
ทำงานในกรุงเทพฯ แต่สิทธิอยู่ต่างจังหวัด รับ PrEP ที่นี่ได้ไหม
แนวทางปี 2568 กำหนดให้ผู้ให้บริการแจ้งทางเลือกที่เข้ากับสถานการณ์ของแต่ละคน ซึ่งรวมถึงการรับ PrEP ต่อที่สถานพยาบาลอื่นที่ผู้รับบริการสะดวก จึงควรถามที่ที่หมายตาไว้ตรง ๆ ว่ารับผู้ที่ย้ายมาจากที่อื่นหรือไม่
รับยา PrEP ที่ร้านยาใกล้ที่ทำงานได้หรือยัง
ยังไม่ใช่บริการที่พร้อมใช้ทั่วไป แนวทางระบุว่ามีประกาศเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2567 ให้จ่ายยารักษาโรคเอดส์ได้ในสถานที่ 3 ประเภท คือโรงพยาบาล คลินิกเวชกรรม และร้านยาตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว แต่รูปแบบการจัดบริการ PrEP ผ่านร้านขายยายังอยู่ระหว่างการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นัดคิวออนไลน์แทนการโทรได้ไหม
แนวทางแนะนำให้หน่วยบริการพัฒนาระบบนัดหมายออนไลน์ เช่น ผ่านแอปพลิเคชันไลน์หรือเว็บไซต์ของสถานบริการ และเตือนวันนัดผ่านไลน์หรือข้อความสั้น แต่นี่เป็นข้อเสนอให้นำไปปรับใช้ จึงยังขึ้นกับว่าแต่ละแห่งทำแล้วหรือยัง
สรุป
งานประจำไม่ใช่เหตุผลที่ต้องเลิกใช้ PrEP สิ่งที่ต้องจัดการมีสามอย่าง คือเลือกหน่วยบริการที่มีรอบเย็นหรือวันเสาร์ จำตารางนัดฉบับปี 2568 ที่เป็นเดือนที่ 0, 1, 4, 7, 10 และคุยกับผู้ให้บริการล่วงหน้าเมื่อรู้ว่าจะมาตามนัดไม่ได้ เวลาเปิดของแต่ละแห่งเปลี่ยนได้ตลอด การโทรยืนยันก่อนไปจึงสำคัญเสมอ และการไปตรวจหรือปรึกษาเรื่องการป้องกันก็เป็นการดูแลสุขภาพตามปกติ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรู้สึกผิดหรือปิดบังใคร
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการจัดบริการ PrEP ประเทศไทย ปี 2568 — กรมควบคุมโรค
- วันเวลาทำการและคลินิกนอกเวลา — สภากาชาดไทย
- บริการยาเพร็พและเป๊ป — สภากาชาดไทย
- BKK Pride Clinic — สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร (เผยแพร่ 26 มิถุนายน 2568)
- คลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย โรงพยาบาลกลาง — สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร (ประกาศ 28 กุมภาพันธ์ 2566)

