ย้ายที่รับ PrEP ในกรุงเทพฯ ทำได้โดยไม่ต้องให้ยาขาด ถ้านัดที่ใหม่ให้ได้ก่อน แล้วค่อยหยุดรับยาที่เดิม จุดที่ต้องระวังคือช่วงรอย้าย เพราะถ้ายาขาดแล้วมีความเสี่ยงในช่วงนั้น จะมีขั้นตอนเพิ่มทั้งการประเมินเรื่องยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อและการตรวจเอชไอวีก่อนกลับมาใช้ยา
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า นัดที่ใหม่ให้ได้ก่อน แล้วค่อยหยุดรับที่เดิม อย่าหยุดก่อนแล้วค่อยหาที่ใหม่
PrEP (เพร็พ) คือยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อเอชไอวี ในไทยตอนนี้มีทั้งชนิดรับประทานสองสูตร คือ TDF/FTC และ TAF/FTC และชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ คือ CAB-LA บทความนี้เน้นคนที่ใช้ชนิดรับประทาน ซึ่งต้องมีรับยาต่อเนื่องตามรอบนัด
ย้ายที่รับ PrEP ในกรุงเทพฯ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
สิ่งที่ควรมีติดตัวไปที่ใหม่ ช่วยให้ผู้ให้บริการประเมินได้เร็วขึ้น
- ผลตรวจเอชไอวีครั้งล่าสุด พร้อมวันที่ตรวจ
- ผลตรวจการทำงานของไตครั้งล่าสุด ถ้ามี แนวทางไทยให้ตรวจเป็นรอบในคนอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือมีปัจจัยเสี่ยงไต ไม่ต้องรอผลก่อนจ่ายยา และใช้ผลย้อนหลังไม่เกิน 6 เดือนได้
- ผลตรวจไวรัสตับอักเสบบี ทั้งผลตรวจหาเชื้อและผลภูมิคุ้มกัน เรื่องนี้สำคัญ อธิบายเพิ่มด้านล่าง
- ชื่อสูตรยาและรูปแบบที่ใช้อยู่ กินทุกวันหรือกินเฉพาะช่วงที่มีเพศสัมพันธ์ ถ่ายรูปกล่องยาหรือฉลากไปด้วยง่ายที่สุด
- ผลตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุด เช่น ซิฟิลิส ซึ่งแนวทางไทยให้ตรวจทุก 3 เดือนระหว่างใช้ PrEP
- วันที่รับยาครั้งล่าสุดและจำนวนยาที่เหลือ ใช้คำนวณว่าต้องนัดที่ใหม่ภายในวันไหน
ถ้าหาเอกสารไม่เจอ ไม่ต้องล้มเลิก ที่ใหม่ตรวจซ้ำให้ได้ แนวทางไทยระบุว่าการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นตอนเริ่มมีเพียงการตรวจเอชไอวี ส่วนการตรวจรายการอื่น ถ้าไม่สะดวกตรวจวันแรก ก็ตรวจวันอื่นหรือนัดครั้งถัดไปได้
ที่ใหม่จะตรวจอะไรและนัดติดตามอย่างไร
แต่ละหน่วยบริการมีขั้นตอนต่างกัน แต่แนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2568 วางหลักไว้ดังนี้ ใช้เป็นคำถามตอนโทรคุยกับที่ใหม่ได้
| เรื่อง | สิ่งที่แนวทางไทย 2568 เขียนไว้ | ความหมายตอนย้าย |
|---|---|---|
| ตรวจเอชไอวี | เป็นการตรวจที่จำเป็นตอนเริ่ม ทำได้ทั้งในห้องปฏิบัติการ ชุดตรวจแบบรวดเร็ว หรือชุดตรวจด้วยตนเองตามดุลยพินิจแพทย์ | เตรียมใจว่าที่ใหม่อาจขอตรวจเอชไอวีก่อนจ่ายยา |
| รอบนัดของชนิดรับประทาน | ตรวจเอชไอวีตอนเริ่ม เดือนที่ 1 และทุก 3 เดือน | ถามว่าที่ใหม่จะนับรอบนัดต่อจากเดิม หรือเริ่มนับใหม่ |
| หยุดยาไปมากกว่า 1 เดือนและมีความเสี่ยงช่วงนั้น | ประเมินใหม่เหมือนมารับบริการครั้งแรก นับเป็นเดือนที่ 0 อีกครั้ง | ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่ตั้งแต่ต้น |
หลักการนัดทุก 3 เดือนนี้คล้ายกับที่ HIV.gov ของสหรัฐอเมริกาอธิบายไว้ว่า คนที่กิน PrEP ชนิดรับประทานทุกวันต้องพบผู้ให้บริการทุก 3 เดือน เพื่อตรวจเอชไอวีซ้ำและรับยาต่อ
อีกข้อที่ช่วยคนย้ายได้มาก คือแนวทางไทยแนะนำให้จัดบริการ PrEP ภายในวันเดียว และเปิดให้ผู้ให้บริการจ่ายยาไปก่อน แล้วแจ้งผลตรวจทางห้องปฏิบัติการภายหลังทางอีเมล แอปพลิเคชัน หรือโทรศัพท์ได้ แต่ละที่ทำได้ไม่เท่ากัน จึงควรถามตั้งแต่ตอนโทรนัด ถ้าอยากเห็นภาพรวมของการตรวจก่อนเริ่มยา อ่านเรื่องขอรับยา PrEP ต้องตรวจอะไรก่อนเริ่มได้
ทำไมไม่ควรปล่อยให้ยาขาดระหว่างย้าย
เหตุผลแรกคือเรื่องการป้องกัน แนวทางไทย 2568 ให้ทุกเพศเริ่ม PrEP ชนิดรับประทานแบบเดียวกัน คือรับประทาน 2 เม็ดพร้อมกันในช่วง 2–24 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และยาเริ่มออกฤทธิ์ป้องกันเอชไอวีได้ 2 ชั่วโมงนับจากที่เริ่มรับประทาน สิ่งที่ต่างกันตามเพศกำเนิดคือช่วงหยุดยา เพศกำเนิดชายรับประทานต่อ 2 วันนับจากเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย ส่วนเพศกำเนิดหญิง เพศกำเนิดชายที่มีช่องคลอดใหม่ และผู้ใช้สารเสพติดชนิดฉีดรับประทานต่อ 7 วัน การเลิกไปรับยาที่เดิมแบบไม่ได้วางแผนอาจทำให้ช่วงท้ายนี้ขาดไป และแนวทางแนะนำให้ตรวจเอชไอวีก่อนหยุดใช้ PrEP
แต่ถ้ายาขาดไปแล้วและมีความเสี่ยงระหว่างนั้น ให้ติดต่อผู้ให้บริการโดยเร็วที่สุด เพื่อประเมินว่าควรกิน PrEP ต่ออย่างไร หรือต้องรับ PEP ซึ่งต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังเสี่ยงและกินให้ครบ 28 วัน
เหตุผลที่สองคือเรื่องเชื้อดื้อยา แนวทางไทยอธิบายว่าการใช้ PrEP ในคนที่ผลเลือดเป็นลบไม่ได้ทำให้เกิดเชื้อดื้อยา ยกเว้นเมื่อใช้ PrEP ในคนที่มีเอชไอวีอยู่ในร่างกายแล้ว ถ้าเผอิญรับเชื้อในช่วงที่ยาขาด แล้วกลับมากินยาต่อโดยไม่ได้ตรวจ ก็เข้าข่ายกรณีนี้ นี่คือเหตุผลที่ที่ใหม่ต้องการรู้ว่ายาขาดไปนานแค่ไหนและมีความเสี่ยงหรือไม่
ถ้ายาขาดไปแล้วและมีความเสี่ยง ต้องทำอย่างไร
ถ้ายาขาดและมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันในช่วงนั้น ให้ติดต่อผู้ให้บริการทันที อย่ารอถึงวันนัด
- ถ้าเพิ่งเสี่ยงไม่เกิน 72 ชั่วโมง อาจต้องใช้ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อเอชไอวี หรือ PEP (เป๊ป) ซึ่งต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อและกินให้ครบ 28 วัน แนวทางไทยระบุว่าถ้าความเสี่ยงครั้งล่าสุดอยู่ในกรอบนี้ ให้พิจารณารับ PEP ให้ครบ 28 วันก่อน แล้วจึงเริ่ม PrEP
- ถ้าเสี่ยงโดยไม่ได้กิน PrEP ก่อน แนวทางไทยมีเกณฑ์แยกตามเพศกำเนิดและจำนวนวันนับจากกิน PrEP ครั้งสุดท้าย ว่ากรณีไหนยังจัดการต่อด้วย PrEP ได้ และกรณีไหนต้องพิจารณา PEP ให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ประเมิน
- ถ้าหยุดยาไปมากกว่า 1 เดือนและมีความเสี่ยงในช่วงนั้น ที่ใหม่จะประเมินเหมือนมารับบริการครั้งแรก ซึ่งรวมถึงการตรวจเอชไอวีก่อนเริ่มยาใหม่
ข้อควรจำคือ PrEP ป้องกันเอชไอวี ส่วนถุงยางอนามัยช่วยป้องกันได้ทั้งเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ ใครกังวลเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย แนวทางไทยระบุว่าผู้ให้บริการอาจแนะนำ Doxy-PEP เพื่อป้องกันซิฟิลิสและหนองในเทียมในรายที่สนใจ
มีไวรัสตับอักเสบบี ต้องบอกที่ใหม่เรื่องอะไร
ไวรัสตับอักเสบบีไม่ใช่ข้อห้ามของการรับ PrEP แนวทางไทยให้ตรวจคัดกรองเมื่อมารับบริการ และถ้าพบเชื้อ ก็ใช้ PrEP ได้ พร้อมกับส่งพบแพทย์เพื่อประเมินว่าต้องรักษาไวรัสตับอักเสบบีหรือไม่
เรื่องที่ต้องระวังที่สุดคือตอนหยุดยา แนวทางไทยให้ติดตามค่าการทำงานของตับหลังหยุด PrEP เพื่อดูภาวะตับอักเสบกำเริบ โดยเฉพาะช่วง 3–6 เดือนแรก และให้ส่งคนที่มีไวรัสตับอักเสบบีซึ่งต้องการหยุดยาไปปรึกษาแพทย์
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ ถ้าเคยตรวจพบว่ามีเชื้อ ต้องบอกที่ใหม่ตั้งแต่วันแรก และอย่าปล่อยให้ยาขาดระหว่างย้ายโดยไม่ได้คุยกับแพทย์ ถ้าไม่เคยตรวจ ขอให้ที่ใหม่ตรวจให้ ส่วนคนที่ตรวจแล้วยังไม่มีทั้งเชื้อและภูมิคุ้มกัน แนวทางไทยแนะนำให้ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
วางแผนย้ายอย่างไรไม่ให้ยาขาด
ลำดับที่ปลอดภัยที่สุดคือทำที่ใหม่ให้พร้อมก่อน แล้วค่อยเลิกไปที่เดิม
- นับยาที่เหลือ ดูว่าพอถึงวันไหน แล้วตั้งเป้านัดที่ใหม่ให้ได้ก่อนยาหมด โดยเผื่อเวลาสำหรับรอคิวและรอผลตรวจ
- โทรถามที่ใหม่ก่อนไป ถามให้ครบว่ารับคนที่ใช้ยาอยู่แล้วไหม ต้องใช้เอกสารอะไร ต้องตรวจอะไรบ้าง รับยาได้ในวันเดียวหรือต้องรอผล ค่าใช้จ่ายและสิทธิที่ใช้ได้ และเปิดนอกเวลาราชการหรือไม่
- ขอผลตรวจจากที่เดิม ถ่ายรูปเก็บไว้ในโทรศัพท์ จะได้ไม่ต้องกลับไปเอา
- ไปที่ใหม่ตอนที่ยังมียาเหลือ เผื่อว่าต้องรอผลตรวจก่อนรับยาชุดใหม่
- รับยาชุดใหม่แล้วค่อยแจ้งยกเลิกนัดที่เดิม ไม่ใช่ยกเลิกที่เดิมก่อน
ถ้ารู้ว่าจังหวะไม่ลงตัวจริง ๆ ให้บอกผู้ให้บริการล่วงหน้า เพื่อวางแผนร่วมกันว่าจะหยุดหรือต่อยาอย่างไร แนวทางไทยให้ผู้ให้บริการช่วยวางแผนลดความเสี่ยงหรือใช้การป้องกันวิธีอื่น ในกรณีที่หยุดใช้ PrEP แต่ยังมีโอกาสเสี่ยง
คำถามที่พบบ่อย
ต้องขอใบส่งตัวจากที่เดิมไหม
ขึ้นกับแต่ละที่และสิทธิการรักษาที่ใช้ แนวทางไทยเขียนว่าผู้ให้บริการเสนอ PrEP ให้ผู้รับบริการได้โดยตรง หรือรับคนที่ส่งต่อมาจากหน่วยงานอื่นก็ได้ วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือโทรถามที่ใหม่ว่าต้องใช้เอกสารอะไร และถ้ามีผลตรวจเดิมก็นำไปด้วย
ใช้ PrEP แบบกินเฉพาะช่วงที่มีเพศสัมพันธ์ ต้องวางแผนต่างกันไหม
หลักเดียวกัน แนวทางไทย 2568 รองรับทั้งการกินทุกวันและการกินเฉพาะช่วงที่รู้ว่าจะมีความเสี่ยง (on-demand) ในทุกเพศ และผู้ใช้สลับสองแบบได้เองตามช่วงเวลา สิ่งที่ต้องแจ้งที่ใหม่คือคุณใช้แบบไหน และยังมียาพอสำหรับช่วงที่วางแผนไว้หรือไม่ วิธีเริ่มยาเหมือนกันทุกเพศ ส่วนช่วงกินต่อหลังเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายต่างกันตามเพศกำเนิด ให้ผู้ให้บริการอธิบายให้ตรงกับคุณ
ย้ายแล้วสูตรยาเปลี่ยนได้ไหม
เป็นไปได้ ถ้าที่ใหม่ใช้สูตรต่างจากเดิม ให้ถามว่าต้องเริ่มยาอย่างไร และต้องตรวจติดตามต่างจากเดิมไหม เช่น แนวทางไทยให้คนที่ใช้ชนิดฉีด CAB-LA ตรวจเอชไอวีทุก 2 เดือนหลังเดือนแรก ขณะที่ชนิดรับประทานตรวจทุก 3 เดือน
สรุป
การย้ายที่รับ PrEP ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก สิ่งที่ต้องระวังคืออย่าให้เกิดช่องว่างที่ยาขาด เพราะช่องว่างนั้นอาจพาไปสู่การประเมินเรื่อง PEP การตรวจเอชไอวีใหม่ หรือการเริ่มขั้นตอนตั้งแต่ต้น
ลำดับที่ถูกคือ นัดที่ใหม่ให้ได้ก่อน เตรียมผลตรวจไปด้วย รับยาชุดใหม่แล้วค่อยหยุดที่เดิม ถ้ายาขาดแล้วมีความเสี่ยง ให้ติดต่อผู้ให้บริการทันทีโดยไม่ต้องรอนัด
ถ้ายังไม่คุ้นกับภาพรวมของยาป้องกัน อ่านคู่มือการใช้ PrEPได้ก่อน และดูPrEP Bangkok ทางเลือกในการป้องกันเอชไอวีสำหรับบริบทของคนในกรุงเทพฯ
บทความนี้ช่วยให้คุณเตรียมตัวไปถูก แต่การหยุด การกลับมาใช้ยาใหม่ และการตรวจติดตามของแต่ละคน ต้องให้ผู้ให้บริการประเมินเป็นรายคนเสมอ

